องค์กรต่อต้านความรุนแรงทางเพศชี้ ข่าว สว. ล่วงละเมิดทางเพศ สะท้อนปัญหาการใช้ตำแหน่งทางการเมืองแสวงหาประโยชน์ทางเพศอย่างอุกอาจโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย
เรียกร้องวุฒิสภาเร่งสอบสวนเอาผิดทางจริยธรรม เชิญองค์กรเชี่ยวชาญภายนอกเข้าร่วม หวังตัดวงจรรุนแรงทางเพศซ้ำซากในวงการเมือง วันนี้ 12 กรกฎาคม 2568 ดร. วราภรณ์ แช่มสนิท ที่ปรึกษาแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถีศึกษา กล่าวถึงกรณี นางสาวณัฐสินี ภิญโญปิยวิศว์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการของวุฒิสภาและอดีตผู้ประกาศข่าว ออกมาให้ข่าวการแจ้งความดำเนินคดีและร้องเรียนให้มีการสอบสวนเอาผิดทางจริยธรรมต่อสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชายรายหนึ่ง กรณีที่ตนเองถูก สว. คนดังกล่าวล่วงละเมิดทางเพศ โดยล่าสุด ผู้เสียหายได้เผยแพร่หลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่าตนเองไม่ได้ยินยอมไปกับผู้ถูกกล่าวหาตามที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้าง ดร. วราภรณ์ กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีกรณีที่ผู้เสียหายออกมาเปิดโปงว่าถูกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองล่วงละเมิดหรือแสวงหาประโยชน์ทางเพศอยู่หลายเหตุการณ์ สะท้อนถึงความล้าหลังทางจริยธรรมด้านเพศในแวดวงการเมืองไทยในภาพรวม “กรณีที่กำลังเป็นข่าวอยู่นี้ เป็นหนึ่งในหลายกรณีของการล่วงละเมิดและแสวงหาประโยชน์ทางเพศโดยผู้มีตำแหน่งในแวดวงการเมืองไทย กรณีเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ยังมีนักการเมืองจำนวนหนึ่งที่เชื่อว่าตนเองสามารถใช้อำนาจที่มาจากตำแหน่งการเมืองกระทำการล่วงละเมิดหรือแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากผู้อื่นได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวกฎหมาย เพราะหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นแล้วว่า คนมีตำแหน่งและอำนาจ โดยเฉพาะตำแหน่งทางการเมือง ที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมล่วงละเมิดหรือแสวงหาประโยชน์ทางเพศ มักไม่ถูกดำเนินการลงโทษอย่างจริงจัง ทั้งโดยกระบวนการยุติธรรมและการสอบสวนเอาผิดทางจริยธรรมโดยสถาบันการเมืองที่ตนสังกัดอยู่ และนักการเมืองเหล่านี้ยังอาจอ้างเอกสิทธิ์ในฐานะสมาชิกรัฐสภาเพื่อยืดระยะเวลาที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายได้ด้วย จึงเป็นที่มาของการเกิดความรุนแรงทางเพศซ้ำซากในแวดวงการเมืองไทย “การที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าผู้เสียหายยินยอมไปกับตนเองจึงไม่นับเป็นการล่วงละเมิดทางเพศนั้น ยังเป็นความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยอาศัยอคติในเรื่องเพศที่มีอยู่ในสังคมเป็นเกราะกำบังให้พ้นผิด ซึ่งถ้าเราดูความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ จะเห็นว่าทุกวันนี้ยังมีความเห็นของคนในสังคมจำนวนหนึ่งที่สะท้อนวิธีคิดแบบชายเป็นใหญ่ และพร้อมจะกล่าวโทษผู้เสียหายในคดีทางเพศโดยเฉพาะที่เป็นผู้หญิง เช่น กล่าวโทษว่าผู้เสียหายไม่ได้ต่อสู้ขัดขืนอย่างถึงที่สุดเท่ากับยินยอมพร้อมใจ หรือกล่าวหาว่าผู้หญิงไม่รู้จักระวังตัวเองเท่ากับเปิดช่องให้มีการล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น ทั้งหมดนี้คืออคติทางเพศที่มุ่งยกประโยชน์ให้ผู้กระทำผิด และจะยิ่งส่งเสริมให้ผู้กระทำผิดย่ามใจเพราะเชื่อว่าสังคมจะเข้าข้างตนเอง…

