คนหาบ้านต้องรู้! ผังเมืองเรื่องใกล้ตัวเมื่อคิดซื้อบ้านยุคนี้

จากการที่กรุงเทพมหานครโดยสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองได้ดำเนินโครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ในปี พ.ศ. 2560–2562 เพื่อวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป หลังจากผังเมืองปัจจุบันมีการใช้งานมาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งคาดว่าร่างผังเมืองใหม่นี้จะประกาศใช้ได้ภายในปี 2568 ล่าสุดกรุงเทพมหานครได้ขยายระยะเวลาให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียยื่นหนังสือแสดงความคิดเห็นต่อร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่ได้จนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมทั้งในฝั่งผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่ตื่นตัวในการศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจรายละเอียดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน คลายข้อสงสัย ผังเมืองแต่ละสีมีดีอย่างไร  การร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับใหม่นี้มีการพิจารณาในทุก ๆ มิติเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง และใช้ประโยชน์จากแนวเส้นทางรถไฟฟ้าทั้งเส้นทางที่เปิดใช้แล้วและกำลังก่อสร้าง ทำให้เมืองมีการพัฒนาออกไปยังพื้นที่ชานเมืองมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการในอนาคตดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย ชวนทำความรู้จักสีผังเมืองและวัตถุประสงค์ของการใช้ที่ดิน เพื่อให้ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจถึงสิทธิประโยชน์ที่ได้รับเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผังเมือง โดยตามกฎกระทรวงว่าด้วยเรื่องผังเมืองรวมของกรุงเทพมหานครมีการแบ่งประเภทของที่ดินไว้ตามลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินและกิจกรรมบนพื้นที่ ดังนี้ 1. ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย มีวัตถุประสงค์ในการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยเป็นหลัก โดยแบ่งผังเมืองโซนย่อยเป็น 3 เฉดสีตามปริมาณความหนาแน่นของการอยู่อาศัยในพื้นที่ และแต่ละเฉดสียังแบ่งย่อยลงไปอีกภายใต้รหัสกำกับ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 2. ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม แทนที่ด้วยสีแดง มีจุดประสงค์หลักเพื่อการพาณิชย์ ภายใต้รหัส พ.1-พ.5 แบ่งตามลักษณะของทำเลที่ตั้งเป็นหลัก 3. ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม แทนที่ด้วยสีม่วง มีจุดประสงค์ของการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมอุตสาหกรรม…

Read More

ไทย-เยอรมัน ส่งเสริมชาวนาปลูกข้าวลดโลกร้อน พร้อมปรับตัวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน

อุบลราชธานี 26 มกราคม พ.ศ. 2567 – ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ (H.E. Dr. Frank-Walter Steinmeier) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และภริยาพร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนตารมย์ บ้านดอนหมู อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงเกษตรสาธิตขนาด 35 ไร่ ของโครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (Inclusive Sustainable Rice Landscape: ISRL) โดยมีร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายณัฐวัฒน์ กฤษณามระ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้แทนจากกระทรวงฯ และจังหวัดให้การต้อนรับ ตามกำหนดการเดินทางเยือนจังหวัดอุบลราชธานี อย่างเป็นทางการ อุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและมีพื้นที่สำหรับทำนาปลูกข้าวมากถึง 4.2 ล้านไร่ สำหรับกำหนดการเยี่ยมชมพื้นที่ครั้งนี้ ประธานาธิบดีและภริยาพร้อมคณะได้มีโอกาสพบปะกับเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของโครงการ และผู้นำชุมชนเพื่อเรียนรู้แนวทางการทำงานผ่านฐานการเรียนรู้วิธีจัดการดินและน้ำ ประกอบด้วยการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักที่จะช่วยลดอัตราการสูญเสียปุ๋ยและทำให้ข้าวได้รับปุ๋ยสม่ำเสมอทั่วกันทั้งแปลงนา ลดการใช้น้ำและเชื้อเพลิงในการปลูกข้าว ด้วยวิธีจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การทำปุ๋ยจากมูลสัตว์เพื่อลดต้นทุนการเกษตร การจัดการฟางข้าวเพื่อนำมาเป็นอาหารสัตว์ ลดการเผาฟางและตอซัง…

Read More

เอบีม คอนซัลติ้ง ชี้แนวทางปรับตัวสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า สำหรับซัพพลายเออร์ญี่ปุ่น

เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน และแนวโน้มยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรีในประเทศไทย (กรุงเทพฯ, ประเทศไทย) เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จัดสัมมนาออนไลน์ที่มีผู้เข้าร่วมฟังกว่าสามร้อยคน เพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มในอุตสาหกรรมยานยนต์ ให้บริษัทซัพพลายเออร์ด้านยานยนต์จากญี่ปุ่นได้ปรับตัว ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี (BEV) ในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้นำตลาดยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เห็นได้จากการที่มียานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรีมากกว่า 75,000 คัน ขึ้นทะเบียนใหม่ในไทยตลอดปี 2023 ความนิยมต่อยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรีในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างส่วนแบ่งตลาดแตะ 16% ในเดือนธันวาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 10% เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งตลาดตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ความนิยมที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากมาตรการ EV 3.0 ที่รัฐบาลประกาศเมื่อปี 2022 และจะหมดเขตการสนับสนุนภายในเดือนมกราคม 2024 นี้ พร้อมกับมีมาตรการ EV 3.5 ออกมารองรับเพื่อทดแทนมาตรการเดิมที่หมดเขตไป แม้ว่ามาตรการใหม่ที่ออกมารัฐจะให้เงินสนับสนุนต่อยานยนต์น้อยลง แต่ก็ยังสร้างแรงจูงใจมากพอในการกระตุ้นยอดขายยานยนตร์ไฟฟ้าแบตเตอรีในประเทศไทย ในมุมมองของผู้ประกอบการธุรกิจ OEM  ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนต่างๆ นี้มากที่สุดคือผู้ผลิต OEMs จากประเทศจีน ที่หลายบริษัทเลือกประเทศไทยให้เป็นตลาดหลักในการขยายธุรกิจภายนอกประเทศจีน และเล็งประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ผลิต OEMs จากประเทศจีนหลายเจ้ากำลังอยู่ในกระบวนการจัดตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นการบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าความนิยมต่อยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรีในไทยไม่ใช่ปรากฎการณ์เพียงชั่วคราว…

Read More

ถอดรหัสทวงคืนความยุติธรรมให้กับนักเรียนที่ถูกครูล่วงละเมิดทางเพศ (กรณีมุกดาหาร) กับการเสวนาหัวข้อ ทางออกเพื่อโรงเรียนปลอดภัย ยุติปัญหาครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 67 ที่ โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กทม. มูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถีศึกษา ร่วมกันจัดกิจกรรมถอดรหัสทวงคืนความยุติธรรมให้นักเรียนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีการเสวนา ในหัวข้อ “ทางออกเพื่อโรงเรียนปลอดภัย ยุติปัญหาครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน” นอกจากนี้ภายในงานยังได้มีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ร่วมกันปกป้องผีเสื้อปีกบาง” พร้อมฉายวีทีอาร์ชุด “เสียงจากผีเสื้อ(ที่ถูกทำร้าย)…หลังคำพิพากษา” ซึ่งเป็นการบอกเล่าถึงปัญหาและการต่อสู้คดีความรุนแรงทางเพศต่อนักเรียนหญิง ที่มีครู และรุ่นพี่เป็นผู้กระทำ จนกระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษาตัดสิน จำคุกตลอดชีวิตครู 4 คน รุ่นพี่ 2 คน นางทิชา ณ นคร ที่ปรึกษามูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ เพื่อดำเนินมาตรการต่างๆ ที่สามารถให้การคุ้มครองสิทธิเด็กให้มีความปลอดภัยในชีวิตทั้งที่บ้าน ที่โรงเรียน และในสังคม จนถึงปี 2567 ที่กระทรวงศึกษามีอายุครบ 132 ปี และเป็นปีที่ลงนามอนุสัญญาดังกล่าวมานานกว่า 32 ปี แต่กลับพบว่า เด็กไทยยังมีความเสี่ยงที่จะถูกทำร้าย ถูกละเมิดทางเพศ ทั้งในบ้าน…

Read More

คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่อง ‘การตรวจสอบการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยรามคำแหง’

คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่อง การตรวจสอบการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N409 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ครั้งนี้ ผศ.ดร. ศุภสิทธิ์ จารุพัฒน์หิรัญ ได้เข้าร่วมและให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยมีประเด็นดังนี้ สืบเนื่องจาก ผศ.ดร. ศุภสิทธิ์เคยดำรงตำแหน่ง รองอธิการฝ่ายการคลัง ได้ถูกมอบหมายให้ดำเนินการทำแผนที่ที่ดินของมหาวิทยาลัย ในพื้นที่นครนายกและปราจีนบุรี จำนวน กว่า 2,800 ไร่ ได้พบความผิดปกติจากการพิจารณาภาพดาวเทียม คาดว่าพื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ในเขต ตำบลบ้านสร้าง ปราจีนบุรี ถูกขุดหน้าดินเป็นบ่อปลา (640,000 ลบม. คิดเป็นเงิน 160 ล้านบาท) และการดำเนินการที่ผิดปกติอีกหลายอย่าง เช่น การนำกองดินมากองสูงเกิน 6 เมตร ทำให้สนามเทนนิส กกท เกิดความเสียหาย (เหตุเกิด ปี 64) ต้องเสียค่าซ่อมแซมกว่า 7 ล้านบาท ในโอกาสนี้ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทียบโอนหลักสูตร…

Read More

“ศุภมาส” เปิดงาน ‘ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567’ ชวนเด็กไทยสนุกวิทย์อย่างสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด ‘เด็กช่างคิด วิทย์สร้างฝัน’ 12-14 ม.ค. นี้ ณ ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา

12 ม.ค. 2567 – ศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา — นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน ‘ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567’ อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด ‘เด็กช่างคิด วิทย์สร้างฝัน’ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน มีเด็กๆ มาร่วมสร้างสีสันใส่ชุดอาชีพในฝันพร้อมตีพินาต้าเปิดงานฯ รับของขวัญสุดพิเศษจากมือท่าน รมว.อว. พร้อมช่วยสานฝันน้องๆ ผู้พิการทางสายตาได้มาสัมผัสชุดสื่อการเรียนรู้ในกิจกรรมดาราศาสตร์ เพื่อเติมเต็มจินตนาการ โดยมี นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ประธานคณะทำงาน รมว.อว. ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM นางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวง อว. และคณะกรรมการ อพวช. รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์…

Read More

สุดยอดภาพถ่ายชนะเลิศ “Amazing Thailand Countdown 2024 at ICONSIAM” สะท้อนภาพความสุขและความงดงามของการแสดงพลุดอกไม้ไฟในค่ำคืนส่งท้ายปี

ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องสำหรับโครงการประกวดภาพถ่ายการแสดงพลุ “Amazing Thailand Countdown 2024” ณ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไอคอนสยาม ได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยพันธมิตร จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตอกย้ำความเป็น Global Countdown Destination ของโลก โดยเปิดเวทีเชิญชวนนิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่มีใจรักการถ่ายภาพ ร่วมส่งผลงานภาพถ่ายที่สะท้อนภาพความงดงามของการแสดงพลุดอกไม้ไฟรักษ์โลกในค่ำคืนส่งท้ายปี “Amazing Thailand Countdown 2024” ภายใต้หัวข้อ‘The Unrivaled Phenomenon of SIAM’ ที่สุดแห่งปรากฏการณ์พลุรักษ์โลก จำนวน 50,000 ดอก ตระการตาและยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาว 1,400 เมตร โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, จุฬวิศว์ ศานติพงศ์ และวรรณพงศ์ สุรโรจน์ประจักษ์ ร่วมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตัดสินการประกวดแล้ว ยังได้นักแสดงสาวมากความสามารถที่หลงใหลในการถ่ายภาพ ณิชา – ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ มาร่วมเป็นคณะกรรมการในครั้งนี้อีกด้วย…

Read More

สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมผ่านการท่องเที่ยวไทย

อีเว้นต์และเทศกาลในประเทศไทยเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ใช้นำเสนอวัฒนธรรมและประเพณีของประเทศสู่สากล โดยการแสดงระดับนานาชาติส่วนใหญ่ต่างหลอมรวมมรดกไทยที่ดึงดูดผู้ชมทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ดี มากไปกว่านั้น อีเว้นต์ในปัจจุบันมักมีความโดดเด่นและดึงดูดความสนใจผู้เข้าร่วมงานด้วยวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปิดท้ายปี 2566 อย่างสง่างามด้วยเทศกาลรับลมหนาวหรือ Thailand Winter Festival แบ่งเป็น 5 กิจกรรมเชิงวัฒนธรรม อาทิ การจัด ‘กิจกรรมสีสันแห่งสายน้ำ’ ส่งเสริมมหกรรมลอยกระทง รวมไปถึงการจัดงานวิจิตรเจ้าพระยา 2566, อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ พาสปอร์ต พรีวิลเลจ, อเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก 2566, และอเมซิ่ง ไทยแลนด์ เคาท์ดาวน์ 2567 เพื่อจัดแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ สะท้อนความรุ่งเรืองและงดงามของวัฒนธรรมไทย เทศกาลรับลมหนาวในประเทศไทยนำเสนอเอกลักษณ์ของไทยผ่านมหกรรม ศิลปะ แสงสี การแสดงดนตรี และการเฉลิมฉลองเทศกาลวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพฯ ททท. มองว่าการจัดเทศกาลนี้เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น อีเว้นต์และเทศกาลในประเทศไทยส่วนใหญ่ถูกสืบทอดมาหลายศตวรรษ โดยส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดมาจากประเพณีท้องถิ่น คติชน และวิถีชีวิตแบบไทย สองเทศกาลเชิงวัฒนธรรมในไทยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเป็นที่รู้จักในสากล คือเทศกาลสงกรานต์ (ปีใหม่ไทย) และเทศกาลลอยกระทง กิจกรรมอื่นๆ รวมไปถึง…

Read More

TCMA ชูต้นแบบนิเวศนวัตกรรม PPP-Saraburi Sandbox ในเวที COP28

สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 28 (COP28) ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศความสำเร็จการสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน แปลงโรดแมป 2050 Net Zero Cement and Concrete สู่การปฏิบัติการเปลี่ยนผ่าน ริเริ่มพัฒนานิเวศนวัตกรรมดำเนินงาน Public-Private-People Partnership สระบุรี แซนด์บ๊อกซ์ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในทุกระดับ เป็นที่ยอมรับของภาครัฐไทย และองค์กรซีเมนต์และคอนกรีตระดับโลก และเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศชั้นนำอื่นๆ ในเวที COP28 TCMA ผนึกภาครัฐ และ GCCA ในเวที COP 28 ดร.ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยว่า TCMA เป็นหนึ่งในภาคเอกชนไทย ที่ร่วมนำเสนอความก้าวหน้าใน Thailand Innovation Zone และ GCCA Pavilion ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 28 (COP28) ณ…

Read More

การ์ทเนอร์เผยการคาดการณ์สำคัญปี 2567 และถัดจากนั้น สำหรับองค์กรและผู้ใช้ไอที

การ์ทเนอร์เผยการคาดการณ์เชิงกลยุทธ์สำคัญของปี 2567 และถัดจากนั้น โดยการคาดการณ์สำคัญนี้ได้สำรวจผลกระทบของ Generative AI (GenAI) ที่เปลี่ยนแนวคิดของผู้นำและผู้บริหารในทุกมิติ พร้อมกลยุทธ์การสร้างองค์กรที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้เพื่อพร้อมรับมือกับอนาคตได้ดียิ่งขึ้น แดริล พลัมเมอร์ รองประธานฝ่ายวิจัยของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “GenAI ให้โอกาสแก่เราในการบรรลุผลสำเร็จในสิ่งที่มนุษย์ไม่เคยทำได้มาก่อน โดย CIO และผู้บริหารอื่นๆ ในองค์กรจะยอมรับความเสี่ยงของการนำ GenAI มาใช้เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” “ปีนี้เป็นปีเต็มๆ ปีแรกที่ GenAI เป็นหัวใจสำคัญของทุกการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนผ่านเทคโนโลยีอื่นๆ โดย GenAI ยังทลายกรอบเดิมๆ และสร้างความตื่นตัวต่ออุตสาหกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ” ในปี 2570 มูลค่าและประสิทธิภาพการสร้างสรรค์ผลงานจาก AI จะได้รับการยอมรับว่าเป็นปัจจัยบ่งชี้การเติบโตทางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ รัฐบาลหลายประเทศมีความมุ่งมั่นและกำลังจัดลำดับความสำคัญของกลยุทธ์และแผนงานด้าน AI โดยยอมรับว่า AI กลายเป็นเทคโนโลยีหลักของภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งการรวม AI เข้าไว้ในการวางแผนระยะยาวระดับชาติกำลังได้รับแรงหนุนจากการออกกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมแนวคิดริเริ่มด้าน AI “การนำ AI มาไว้ในแผนพัฒนาระดับชาติจะทำให้ AI นั้นมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นและกลายเป็นตัวเร่งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล การนำ AI มาใช้ในโครงการขนาดใหญ่ให้ประสบความสำเร็จนั้นจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายภาคส่วน แสดงให้เห็นถึงความสามารถของประเทศในการระดมสรรพกำลังและทรัพยากรต่างๆ” แดริล…

Read More